นโยบายความเป็นส่วนตัว
(Privacy
policy)

NRRU ID
นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีรายละเอียด
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
คำนิยาม
ภายในนโยบายฉบับนี้
(ก) "เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน"
หมายความว่า
เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ชื่อว่า NRRU ID และมีที่อยู่เว็บไซต์ที่
http://itpro.nrru.ac.th/pdpa/nrruid/index.html
(ข) "ผู้ควบคุมข้อมูล"
หมายความว่า
ผู้ให้บริการหรือเจ้าของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ตามนโยบายฉบับนี้
อันได้แก่
ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน
ติดต่อ jessada.r@nrru.ac.th
(ค) "ผู้ประมวลผลข้อมูล"
หมายความว่า
บุคคลภายนอกซึ่งประมวลข้อมูลเพื่อประโยนช์หรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล
(ง) "ข้อมูล"
หมายความว่า
สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง
ข้อมูล
หรือสิ่งใดๆ
ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ
และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร
แฟ้ม รายงาน
หนังสือ
แผนผัง
แผนที่ ภาพวาด
ภาพถ่าย
ฟิล์ม
การบันทึกภาพหรือเสียง
การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้
(จ) "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาใดๆ
ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวของบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
(ฉ) "ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
(Sensitive
Data)" หมายความว่า
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ
เผ่าพันธ์
ความคิดเห็นทางการเมือง
ความเชื่อในลัทธิ
ศาสนา
หรือปรัชญา
พฤติกรรมทางเพศ
ประวัติอาชญากรรม
ข้อมูลสุขภาพ
ความพิการ
พันธุกรรม
ข้อมูลชีวภาพ
ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า
ม่านตา
หรือลายนิ้วมือ
ข้อมูลสหภาพแรงงาน
หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ประกาศตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ประกาศให้เป็นข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
(ช) "ผู้ใช้งาน"
หมายความว่า
ท่าน
ผู้เยี่ยมชม
ผู้ใช้ ผู้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้
ข้อ 2
ความยินยอมของผู้ใช้งาน
ในการเข้าใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ผู้ใช้งานตกลงและให้ความยินยอมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ดังต่อไปนี้
(ก)
วัตถุประสงค์แห่งการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ผู้ใช้งานรับทราบ
ตกลง
และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้เท่านั้น
อันได้แก่
การวิจัย , การศึกษา
, การให้บริการสังคม
และ
การประชาสัมพันธ์
(ข)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมและใช้รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ผู้ใช้งานรับทราบ
ตกลง
และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ดังต่อไปนี้เท่านั้น
อันได้แก่
ชื่อ นามสกุล
ที่อยู่
วันเดือนปีเกิด
เบอร์โทรศัพท์
อายุ
การศึกษา
ประวัติการทำงาน
เชื้อชาติ
และ อีเมล
(ค)
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้ใช้งานรับทราบ
ตกลง
และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น
60
(หกสิบ)
เดือนนับจากวันที่ได้มีความยินยอมให้เก็บ
รวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศตามนโยบายฉบับนี้
ข้อ 3
การเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันกับผู้ให้บริการบุคคลที่สาม
ผู้ใช้งานรับทราบ
ตกลง และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลอาจการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันกับผู้ให้บริการบุคคลที่สาม
โดยในการเชื่อมโยงหรือแบ่งปันข้อมูลต่อผู้ให้บริการบุคคลที่สามในแต่ละคราว
ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่าข้อมูลของผู้ใช้งานใดที่จะถูกเชื่อมโยงหรือแบ่งปันแก่ผู้ให้บริการบุคคลที่สาม
ทั้งนี้
เมื่อผู้ใช้งานได้แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งในการอนุญาตให้มีการเชื่อมโยงหรือแบ่งปันดังกล่าวนั้น
อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
การกดยอมรับ
อนุญาต
เชื่อมโยง
แบ่งปันหรือการกระทำใดๆ
อันมีลักษณะโดยชัดแจ้งว่าผู้ใช้งานได้ยินยอมในการเชื่อมโยงหรือแบ่งปันข้อมูลต่อผู้ให้บริการบุคคลที่สามนั้น
ข้อ 4
การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานรับทราบ
ยินยอม
และตกลงให้ผู้ควบคุมข้อมูลอาจใช้ระบบและ/หรือเทคโนโลยีดังต่อไปนี้ในการติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของผู้ใช้งาน
อันได้แก่
เทคโนโลยี Cookies, การใช้งาน
Pixel
Tags และ Google Analytics Tag ทั้งนี้
เพื่อวัตถุประสงค์ดังระบุต่อไปนี้เท่านั้น
เพื่อพัฒนาการให้บริการ
และ
การนำเสนอข้อมูล
ตามความต้องการของผู้ใช้งานเท่านั้น
ข้อ 5
การถอนความยินยอมของผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานรับทราบว่าผู้ใช้งานมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมใดๆ
ที่ผู้ใช้งานได้ให้ไว้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลตามนโยบายฉบับนี้ได้
ไม่ว่าเวลาใดโดยการดำเนินการ
ดังต่อไปนี้
แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรที่อีเมล
kailas.infor@gmail.com หรือ
เลือก "ไม่ยินยอม"
เมื่อลงทะเบียน
หรือ
หน้าต่างตั้งค่าข้อมูลส่วนบุคคล
โดยผู้ใช้งานยังรับทราบอีกว่าเมื่อผู้ใช้งานได้ดำเนินการถอนความยินยอมแล้ว
ผู้ใช้งานจะได้รับผลกระทบ
ดังต่อไปนี้
ผู้ใช้งานจะถูกจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ
รวมถึงการเข้าสู่ระบบเรียนโดยจะเป็นเพียงการเข้ารับชมเว็บไซต์ในฐานะบุคคลทั่วไปเท่านั้น
โดยที่
ผู้ใช้งานยังได้ตกลงยอมรับซึ่งผลแห่งการถอนความยินยอมนั้นทั้งสิ้น
ข้อ 6
บัญชีผู้ใช้
ในการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ผู้ควบคุมข้อมูลอาจจัดให้มีบัญชีผู้ใช้ของแต่ละผู้ใช้งานเพื่อการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
โดยที่ผู้ควบคุมข้อมูลมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการอนุมัติเปิดบัญชีผู้ใช้
กำหนดประเภทบัญชีผู้ใช้
กำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละประเภทบัญชีผู้ใช้
สิทธิการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ค่าใช้จ่ายใดๆ
เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้
หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ใช้งานซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้นั้นๆ
ทั้งนี้
ผู้ใช้งานตกลงจะเก็บรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน
และข้อมูลใดๆ
ของตนไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด
และตกลงจะไม่ยินยอมให้
รวมถึงใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้งานบัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งาน
ในกรณีที่มีการใช้บัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งานโดยบุคคลอื่น
ผู้ใช้งานตกลงและรับรองว่าการใช้งานโดยบุคคลอื่นดังกล่าวได้กระทำในฐานะตัวแทนของผู้ใช้งานและมีผลผูกพันเสมือนหนึ่งผู้ใช้งานเป็นผู้กระทำการเองทิ้งสิ้น
ข้อ 7
สิทธิของผู้ใช้งาน
ในการเข้าใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันตามนโยบายฉบับนี้และการให้ความยินยอมใดๆ
ตามนโยบายฉบับนี้
ผู้ใช้งานได้รับทราบถึงสิทธิของตนในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างดีแล้ว
อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิของผู้ใช้งาน
ดังต่อไปนี้
(ก)
ผู้ใช้งานอาจถอนความยินยอมที่ให้ไว้ตามนโยบายฉบับนี้เมื่อใดก็ได้
โดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ควบคุมข้อมูลตามวิธีและช่องทางที่กำหนดในนโยบายฉบับนี้
(ข)
ผู้ใช้งานมีสิทธิการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้องกับตนที่ผู้ควบคุมข้อมูลได้เก็บรวบรวมเอาไว้ตามนโยบายฉบับนี้
(ค)
ผู้ใช้งานมีสิทธิได้รับการเปิดเผยจากผู้ควบคุมข้อมูลถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้องกับตนซึ่งตนไม่ได้ให้ความยินยอม
หากว่ามีกรณีเช่นว่า
(ง)
ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้องกับตนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น
รวมถึงการขอรับข้อมูลที่ได้ส่งหรือโอนดังกล่าวโดยตรงจากผู้ควบคุมข้อมูลที่ส่งหรือโอนข้อมูลนั้นด้วย
(จ)
ผู้ใช้งานอาจคัดค้านการเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้องกับตนได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานด้วยความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลหรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ใช้งานอาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ควบคุมข้อมูล
(2) ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลซึ่งผู้ใช้งานอาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ควบคุมข้อมูล
(3) ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
(4) ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ประวัติศาสตร์
หรือสถิติ
โดยที่การศึกษาวิจัยนั้นไม่มีความจำเป็นในการดำเนินการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะ
(ฉ)
ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลดำเนินการลบ
ทำลาย
หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้
ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
(2) เมื่อผู้ใช้งานซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นและผู้ควบคุมข้อมูลนั้นไม่มีอำนาจอื่นตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้อีกต่อไป
(3) เมื่อผู้ใช้งานได้คัดค้านการเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย
(4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กฎ ระเบียบ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(ช)
ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยยังคงเก็บรักษาเอาไว้ได้อยู่
ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้ควบคุมข้อมูลอยู่ในระหว่างการถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งผู้ใช้งานได้ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบดังกล่าว
(2) ข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กฎ ระเบียบ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(3) ในกรณีที่ผู้ใช้งานมีความจำเป็นต้องการให้ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอาไว้เพื่อประโยชน์ในสิทธิเรียกร้องของผู้ใช้งานเอง
อันได้แก่
การก่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของผู้ใช้งาน
การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลเพียงระงับการใช้ข้อมูลแทนการดำเนินการลบ
ทำลาย
หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้
(4) ผู้ควบคุมข้อมูลอยู่ในระหว่างการพิสูจน์หรือตรวจสอบเพื่อปฏิเสธการคัดค้านการเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งผู้ใช้งานได้คัดค้านโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น
(ซ)
เมื่อผู้ใช้งานพบเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานผิด
ล้าหลัง
ไม่ชัดเชน ผู้ใช้งานมีสิทธิให้ผู้ควบคุมข้อมูลดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้ถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน
สมบูรณ์
และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
(ฌ)
ผู้ใช้งานอาจร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เกี่ยวกับการกระทำการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎ ระเบียบ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลและ/หรือผู้ประมวลผลข้อมูล
ข้อ 8
การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย
การเข้าถึง
ใช้
เปลี่ยนแปลง
แก้ไข
หรือการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามกฎมหาย
ด้วยมาตรการ
มาตรฐาน
เทคโนโลยีและ/หรือด้วยระบบ
ดังต่อไปนี้
กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
(Access
Right), การเข้ารหัสข้อมูล
(Encryption)
และ ระบบ Firewalls
รวมถึงการควบคุมให้ผู้ประมวลผลข้อมูลมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่น้อยไปกว่าที่กำหนดในนโยบายฉบับนี้ด้วย
ข้อ 9
การแก้ไขปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีระบบและมาตรการการตรวจสอบ
ดังต่อไปนี้
(ก)
ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน
สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
(ข)
ลบ
ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกินระยะเวลาเก็บรวบรวมที่ผู้ใช้งานได้ให้ความยินยอมเอาไว้
และ
(ค)
ลบ
ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามที่ผู้ใช้งานได้ให้ความยินยอมเอาไว้
ข้อ 10
การเก็บรวบรวม
ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่าผู้ควบคุมข้อมูลอาจเก็บรวบรวม
ใช้
และ/หรือเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้งานได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อนล่วงหน้า
ทั้งนี้เท่าที่จำเป็นและตราบเท่าที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และในกรณีดังต่อไปนี้เท่านั้น
(ก)
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ
หรือเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน
(ข)
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต
ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลใดๆ
(ค)
เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญาดังกล่าวนั้น
(ง)
เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลนั้น
(จ)
เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลหรือของบุคคลอื่นซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานนั้น
(ฉ)
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล
ทั้งนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลจะบันทึกการเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานตามวรรคก่อนหน้าไว้เป็นสำคัญ
ข้อ 11
การเก็บรวบรวม
ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
(Sensitive
Data)
ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่านอกจากการเก็บรวบรวม
ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งผู้ใช้งานได้ให้ความยินยอมไว้โดยชัดแจ้งให้เก็บรวบรวม
ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในวรรคก่อนแล้ว
ผู้ควบคุมข้อมูลอาจเก็บรวบรวม
ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
(Sensitive
Data) ของผู้ใช้งานได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อนล่วงหน้า
ทั้งนี้เท่าที่จำเป็นและตราบเท่าที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และในกรณีดังต่อไปนี้เท่านั้น
(ก)
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต
ร่างกาย
หรือสุขภาพของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่สามารถให้ความยินยอมได้
ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
(ข)
เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
(ค)
เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้ง
การปฏิบัติตาม
การใช้หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(ง)
เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อันเกี่ยวกับ
(1) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์
การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง
การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์
การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม
การรักษาทางการแพทย์
การจัดการด้านสุขภาพ
หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์
(2) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณะสุข
เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร
หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพของยา
เวชภัณฑ์
หรือเครื่องมือแพทย์
ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
(3) การคุ้มครองแรงงาน
การประกันสังคม
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย
การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหรือการคุ้มครองทางสังคม
ซึ่งการเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูล
โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
(4) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ประวัติศาสตร์
หรือสถิติ
หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
ทั้งนี้
ด้วยการเก็บรวบรวม
ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพียงเท่าที่จำเป็นและได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนด
(5) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
ทั้งนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลจะบันทึกการเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานตามวรรคก่อนหน้าไว้เป็นสำคัญ
ข้อ 12
การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบุคคลซึ่งอยู่ในความปกครอง
อนุบาล
หรือพิพักษ์ของผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานรับรองว่าจะตนไม่ใช่และจะไม่ยินยอมให้บุคคลซึ่งเป็นบุคคลบกพร่องความสามารถตามกฎหมายดังต่อไปนี้
เยี่ยมชม
ใช้งาน
หรือเป็นสมาชิกของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
(ก)
คนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอนุบาลของผู้ใช้งาน
(ข)
คนเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความพิทักษ์ของผู้ใช้งาน
ในกรณีที่ผู้ใช้งานยินยอมให้บุคคลดังกล่าวข้างต้นเยี่ยมชม
ใช้งาน
หรือเป็นสมาชิกของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ผู้ใช้งานตกลงให้ถือว่าผู้ใช้งานได้ใช้อำนาจปกครอง
อนุบาล หรือพิพักษ์ของบุคคลดังกล่าว
แล้วแต่กรณี
ในการตกลงและให้ความยินยอมตามนโยบายฉบับนี้ทั้งสิ้นเพื่อและในนามของบุคคลดังกล่าวด้วย
ข้อ 13
การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ผู้ควบคุมข้อมูลอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานไปยังต่างประเทศได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(ก)
ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามที่กฎหมาย
กฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(ข)
ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
โดยที่ผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับแจ้งและรับทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลนั้นแล้ว
(ค)
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
(ง)
เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญานั้นหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเข้าทำสัญญานั้น
(จ)
เป็นการกระทำการตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลกับบุคคลอื่นโดยเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
(ฉ)
เพื่อป้องกับหรือระงับอันตรายต่อชีวิต
ร่างกาย
หรือสุขภาพของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหรือบุคคลใดๆ
เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
(ช)
เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
ข้อ 14
การแจ้งเตือนเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะมีการละเมิดโดยบุคคลใด
ผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(ก)
ในกรณีมีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ
ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โดยไม่ชักช้าเท่าที่จะสามารถกระทำได้ภายใน
72
(เจ็ดสิบสอง)
ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ
(ข)
ในกรณีมีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบอย่างสูงต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ
ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและแนวทางการเยียวยาต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและต่อผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
โดยไม่ชักช้าเท่าที่จะสามารถกระทำได้ภายใน
72
(เจ็ดสิบสอง)
ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ
ข้อ 15
การร้องเรียนและการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ใช้งานอาจร้องเรียนและรายงานปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
การขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลแก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและ/หรือให้ถูกต้อง
การคัดค้านการเก็บรวบรวมข้อมูล
หรือระงับการใช้ข้อมูล
ได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
jessada.r@nrru.ac.th
ข้อ 16
การบันทึกรายการสำคัญ
เว้นแต่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะกำหนดให้สิทธิผู้ควบคุมข้อมูลไว้เป็นเป็นอย่างอื่น
ผู้ควบคุมข้อมูลจะบันทึกรายการสำคัญเกี่ยวกับการจัดเก็บ
การใช้
หรือการเปิดเผิยข้อมูลเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการตรวจสอบจากผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลหรือจากหน่วยงานของรัฐ
อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงรายการ
ดังต่อไปนี้
(ก)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
(ข)
วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท
(ค)
ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูล
(ง)
ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
(จ)
สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
(ฉ)
การเก็บรวบรวม
ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูล
(ช)
การปฏิเสธคำขอและการคัดค้านต่างๆ
(ซ)
รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 17
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ผู้ควบคุมข้อมูลอาจแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในนโยบายฉบับนี้ได้
ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม
และไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
โดยผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราวเพื่อให้ผู้ใช้งานได้พิจารณาและดำเนินการยอมรับด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด
และหากว่าผู้ใช้งานได้ดำเนินการเพื่อยอมรับนั้นแล้วให้ถือว่านโยบายที่แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายฉบับนี้ด้วย
อนึ่ง
ผู้ใช้งานอาจเข้าถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวที่มีแก้ไขและเปลี่ยนแปลงล่าสุดได้จากแหล่งที่ผู้ควบคุมข้อมูลจัดแสดงไว้จากช่องทาง
ดังต่อไปนี้ http://itpro.nrru.ac.th/pdpa/nrruid/index.html
ข้อ 18
ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า
การเข้าทำนโยบายฉบับนี้ไม่ทำให้คู่สัญญาและผู้ใช้งาน
เจ้าหน้าที่
ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็น
ผู้ใช้งาน
เจ้าหน้าที่
ตามกฎหมายแรงงานหรือเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด
ข้อ 19
การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้งในนโยบายฉบับนี้
คู่สัญญาตกลงจะไม่โอนสิทธิ
หน้าที่
และ/หรือความรับผิดตามนโยบายฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้าก่อน
ข้อ 20
การสละสิทธิ
การที่ผู้ควบคุมข้อมูลไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี
มิให้ถือว่าผู้ควบคุมข้อมูลสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว
และการที่ผู้ควบคุมข้อมูลใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด
ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 21
การแยกส่วนของนโยบาย
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในนโยบายฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ
ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้
ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ
ก็ตาม
คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ
ในนโยบายฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ
ไม่สมบูรณ์
หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในนโยบายฉบับนี้
ข้อ 22
กฎหมายที่ใช้บังคับ
นโยบายฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทย
ข้อ 23
การระงับข้อพิพาท
หากมีข้อโต้เถียง
ข้อขัดแย้งใดๆ
เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากนโยบายฉบับนี้
หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้
คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลในประเทศไทย